Category Archive : Body

Coolsculpting

ถ้าจะพูดถึงการลดสัดส่วนแบบเร่งด่วนที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน จะไม่พูดถึงการกำจัดไขมันด้วยความเย็นก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นวิธีการกำจัดไขมันส่วนเกินที่เห็นผลเร็ว ปลอดภัย แถมไม่ต้องพึ่งพามีดหมอให้เจ็บตัว ที่สำคัญยังไม่ต้องเสียเวลาเพื่อพักฟื้นหรือรอให้ร่างกายฟื้นตัวเหมือนกับวิธีการอื่น ๆ ที่เคยผ่านมา และด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนหันมาใช้วิธีในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างกันมากขึ้น

การกำจัดไขมันด้วยความเย็น เป็นวิธีการกำจัดไขมันออกจากร่างกายด้วยความเย็นอุณหภูมิติดลบ โดยในการทำหัวเครื่องจะส่งความเย็นในระดับจุดเยือกแข็งลงไปใต้ชั้นผิวหนังเข้าสู่ชั้นไขมัน จากนั้นความเย็นจะทำให้เซลล์ไขมันบริเวณที่ทำตายลง และถูกขับออกจากร่างกายโดยไม่ต้องผ่าตัด หรือดูดออก ทำให้ไม่เกิดรอยแผล อีกทั้งขณะที่ในระหว่างการทำก็ไม่มีอาการเจ็บ ดังนั้นจึงไม่ต้องใช้ยาชา หรือยาสลบเพื่อระงับอาการเจ็บปวด หลังจากทำเสร็จแล้วก็ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมตามปกติ

วันนี้เราจะพาไปดูกันว่ามีคลินิกใดบ้างที่คนนิยมไปลดสัดส่วนด้วยการกำจัดไขมันด้วยความเย็นกันบ้าง เราจัดมาให้กันไปเต็ม 10 คลินิกยอดฮิตประจำใจคนรัก CoolSculpting ค่ะ 

APEX

Apex Coolsculpting

ถ้าพูดถึงการกำจัดไขมันด้วยความเย็นอย่าง CoolSculpting ก็ต้องที่ APEX นี่ล่ะ เพราะเอเพ็กซ์เป็นสถานความงามครบวงจรแห่งแรก ๆ ในประเทศไทยที่นำเอาเทคโนโลยีการกำจัดไขมันด้วยความเย็นมาให้บริการ อีกทั้งยังเป็นอันดับหนึ่งในเรื่องของการทำ CoolSculpting ของทวีปเอเชีย ด้วยเคสการทำที่มากที่สุด ไม่เพียงเท่านั้นเพราะที่ APEX ยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการกำจัดความเย็นที่ผ่านการฝึกบอบรมมาอย่างเข้มข้น ทำให้มั่นใจได้เลยว่าผลลัพธ์ออกมาดี และน่าประทับใจแน่นอน

SLC Clinic

SLC อีกหนึ่งคลินิกความงามที่ให้บริการการกำจัดไขมันด้วยความเย็นอย่าง Fat Killer by CoolSculpting ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการการลดสัดส่วน ด้วยผลลัพธ์และคุณภาพการให้บริการที่ดี ทำให้หลาย ๆ คนเรื่องจะวางใจให้ SLC ดูแลสัดส่วนด้วยการทำ CoolSculpting

Dermaster

สถาบันความงามและสุขภาพที่มีทำเลอยู่ใจกลางกรุงเทพอย่าง Dermaster ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่นำเทคโนโลยี CoolSculpting มาใช้เพื่อให้บริการกับคนที่ต้องการลดสัดส่วนด้วยระยะเวลาสั้น ๆ โดยในการให้บริการนั้นก็มั่นใจได้ถึงความปลอดภัย เพราะที่นี่มีทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและการดูแลเรื่อง CoolSculpting ตลอดการทำ ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงปลอดภัย และไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียงแต่อย่างใด

Yanhee

นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องการศัลยกรรมความงามแล้ว โรงพยาบาลยันฮีก็ยังมีบริการลดสัดส่วนด้วยการกำจัดไขมันด้วยความเย็นอย่าง CoolSculpting อีกด้วย แถมยังมีทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่พร้อมให้บริการ รับรองได้ว่ากลับไปมีรูปร่างที่ดีได้อย่างแน่นอน

Romrawin

โปรแกรม Fat Freezing by Coolsculpting ที่รมย์รวินท์ คลินิก เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ที่อื่น ด้วยจำนวนเครื่องและทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีพร้อมให้บริการ ทำให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน

F Clinic

F Clinic เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในเรื่องของคุณภาพในการให้บริการ และความปลอดภัย ด้วยประสบการณ์ของทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจึงมั่นใจได้ว่าผู้เข้ารับบริการจะได้รับผลลัพธ์ที่ตรงตามใจของผู้เข้ารับบริการแน่นอน

Sureephorn Clinic

สุรีย์พรคลินิก คลินิกเวชกรรมความงามที่เป็นที่รู้จักกันดีในย่านห้วยขวางคืออีกหนึ่งแห่งที่ที่มีชื่อเสียงในการกำจัดไขมันด้วยความเย็น Coolsculpting ด้วยผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและการดูแลคนไข้ที่ดีทำให้ถูกบอกกันปากต่อปากจนเป็นที่ร่ำลือ

55th Laser Clinic 

55th Clinic อีกหนึ่งคลินิกที่ขึ้นชื่อเรื่องการกำจัดไขมันด้วยความเย็น ด้วยการนำเทคโนโลยี CoolSculpting มาให้บริการกับคนที่ต้องการลดสัดส่วน โดยมีแพทย์ให้คำแนะนำตลอดการทำ และรับรองได้ถึงผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียงอีกต่อไป

Silverine Clinic

Silverine Clinic โดย พญ. รุ่งทิวา ศิริวัฒนเกตุ (หมอรุ่ง) ซึ่งเป็นแพทย์ผู้ก่อตั้ง เป็นอีกหนึ่งแห่งที่มีความโดดเด่นในเรื่องการกำจัดไขมันด้วยความเย็นจนเป็นที่บอกเล่ากันปากต่อปาก อีกทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษา ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง

Star Clinic

ปิดท้ายกันที่สถานความงามครบวงจรอย่าง Star Clinic ที่นำเอาเทคโนโลยี CoolSculpting มาให้บริการโดยมีแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการลดสัดส่วนดูแลตลอดการรักษา ทำให้มั่นใจได้ผลลัพธ์ในการลดสัดส่วนด้วยความเย็นนั้นจะเป็นไปตามที่คาดหวังอย่างแน่นอน

วิธีลดสัดส่วน

ไม่ว่าใครก็คงอยากจะมีรูปร่างดีด้วยกันทั้งนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ากว่าจะมีรูปร่างอย่างที่ฝัน ก็ต้องผ่านการมีวินัยอย่างหนักในเรื่องของการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย และเพราะเหตุนี้ทำให้หลายคนล้มเลิกความตั้งใจไปเพียงเพราะว่ารู้สึกขี้เกียจ แต่อย่าเพิ่งท้อใจค่ะ เพราะความขี้เกียจจะไม่ใช่อุปสรรคในการลดน้ำหนักอีกต่อไป เพราะวิธีเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีรูปร่างที่ดีขึ้นได้แม้ว่าจะขี้เกียจฟิตหุ่นก็ตาม

  1. ลดของหวาน

อยากผอมแบบชิล ๆ สิ่งที่ควรทำอย่างแรกคือลดของหวานทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นขนมหวาน น้ำหวาน น้ำอัดลม และควรเลิกนิสัยติดรสชาติหวานให้ได้ด้วย เพราะการที่เราบริโภคน้ำตาลเข้าไปมาก ๆ ร่างกายจะไม่สามารถเผาผลาญให้หมดในคราวเดียวได้ น้ำตาลที่เหลือจากการเผาผลาญจะถูกแปรสภาพเป็นไขมันสะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หากเราสามารถลดหวานได้ ก็เท่ากับเราลดการเพิ่มไขมันสะสมในร่างกายได้นั่นเอง

 

  1. ดื่มน้ำเย็น

การดื่มน้ำ เป็นวิธีที่ช่วยในการลดน้ำหนักได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพราะการดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยลดความอยากอาหารลงได้อย่างมาก แต่ถ้าอยากลดสัดส่วนให้ได้มากขึ้น การดื่มน้ำเย็นนี่ล่ะช่วยได้ ! เพราะจากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ The Journal of Clinical Endocrinology and Metabolism เผยให้เห็นว่าการดื่มน้ำเย็นมีส่วนช่วยในการลดสัดส่วน เพราะเมื่อเราดื่มน้ำเย็นที่มีอุณหภูมิต่างจากภายในร่างกาย ร่างกายก็จะต้องเพิ่มการเผาผลาญมากขึ้นเพื่อให้ปรับอุณหภูมิน้ำให้สมดุลกับอุณหภูมิในร่างกาย ทำให้ไขมันสะสมถูกดึงมาเผาผลาญมากขึ้น ทำให้รูปร่างค่อย ๆ ดีขึ้นนั่นเอง

 

  1. รับประทานอาหาร Low Carb

อาหารโลวคาร์บ คือทางออกของคนที่อยากลดหุ่น และอยากมีสุขภาพดีไปพร้อม ๆ กัน เพราะคาร์โบไฮเดรตเมื่อเข้าสู่กระบวนการย่อยสลายก็จะกลายเป็นน้ำตาลโมเลกุลเล็ก หรือกลูโคส ซึ่งหากร่างกายไม่สามารถเผาผลาญกลูโคสออกไปจากร่างกายได้หมดก็จะแปรสภาพเป็นไขมันสะสมเกาะอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่เว้นแม้แต่อวัยวะภายใน ทำให้อ้วนและเสี่ยงกับปัญหาสุขภาพ ดังนั้นถ้าอยากลดหุ่น ลองเลือกรับประทานอาหารแบบโลว์คาร์บ หรือถ้ายังไม่ถนัดอาหารโลว์คาร์บ ก็ลองลดคาร์โบไฮเดรตลง แต่ก็ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่อย่างนั้นอาจส่งผลเสียกับร่างกายได้เช่นกัน

 

เห็นไหมคะว่าแม้จะขี้เกียจก็สามารถช่วยลดหุ่นได้บ้างแล้ว แต่ก็อย่าลืมว่าลำพังเพียงวิธีเหล่านี้ก็อาจไม่ได้ผลเลย หากไม่ยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่เปลี่ยนอาหาร หรือไม่ค่อยขยับร่างกาย ทางที่ดีถ้าคิดอยากจะมีหุ่นที่ดีล่ะก็ ลองหาแรงบันดาลใจ หรือ passion ในการลดหุ่นดูนะคะ เมื่อเรามีแรงบันดาลใจแล้ว ความขยันและวินัยในการลดน้ำหนัก หรือลดสัดส่วนก็จะตามมาอย่างแน่นอน คอนเฟิร์ม !

บทความอ้างอิง : https://www.apexprofoundbeauty.com/10-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%87-%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad/

ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากตกอยู่ในสภาวะ ‘ขาเบียด’ อย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะขาใหญ่ใส่อะไรก็ไม่สวยแล้ว ก็ยังตามมาด้วยปัญหาเรื่องการเสียดสีของต้นขา เกิดรอยแดง บ้างก็เป็นแผล หรือเกิดการอับชื้นจนทำให้มีกลิ่นไม่น่าพึงประสงค์เกิดขึ้น จนไม่ว่าใครก็ไม่อยากเข้าใกล้ แต่ปัญหาขาเบียดนั้นเกิดจากอะไร และจะลดเจ้าไขมันที่ต้นขาได้อย่างไร เรามีคำตอบค่ะ

 

ขาเบียด เป็นผลพวงที่เกิดจากการที่มีไขมันสะสมบริเวณต้นขาเป็นจำนวนมากทำให้ขาใหญ่ จนช่องว่างระหว่างขาทั้งสองข้างลดลงจนชิดกัน เมื่อลุกขึ้นยืนหรือเดินก็จะทำให้เกิดการเสียดสี กลายเป็นรอยแดงที่บริเวณต้นขาด้านใน และถ้าหากต้องเดินมาก ๆ การเสียดสีอาจทำให้เกิดแผลเรื้อรังที่ต้นขาได้ในได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นการที่ไม่มีช่องว่างระหว่างขาทั้งสองข้างจะทำให้บริเวณขาหนีบและจุดซ่อนเร้นเกิดการอับชื้น ส่งผลให้เกิดกลิ่น หรือมีปัญหาเชื้อราบริเวณขาหนีบ และลุกลามไปถึงอวัยวะเพศได้หากไม่รีบทำการรักษา

 

แม้ขาเบียดจะเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับหลาย ๆ คน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปที่จะแก้ เพราะปัญหาขาเบียดสามารถแก้ไขได้ด้วยการลดต้นขา ซึ่งวิธีลดต้นขาก็สามารถทำได้หลายวิธี แถมยังสามารถลดเซลลูไลท์บริเวณต้นขาไปพร้อม ๆ กันได้ด้วย แต่ทั้งนี้ก็ควรเลือกวิธีออกกำลังกายให้เหมาะสมกับปัญหา เพราะหากต้นขาทั้งสองข้างใหญ่จนเสียดสีกัน การเดิน หรือการวิ่งออกกำลังกาย จะยิ่งทำให้ผิวหนังบริเวณต้นขาด้านในเกิดการระคายเคืองและการอักเสบจากการเสียดสีได้ง่ายขึ้น ดังนั้นควรเริ่มต้นจากการออกกำลังกายด้วยท่าออกกำลังกายลดขาก่อน  เมื่อขาเริ่มเล็กลงและไม่เบียดกันแล้วจึงค่อยเริ่มเดินหรือวิ่งออกกำลังกายต่อไปค่ะ

 

แต่ถ้าปัญหาขาเบียดค่อนข้างหนักหนา เช่น เกิดการเสียดสีอย่างรุนแรงจนเป็นแผลเรื้อรัง หรือเกิดการอับชื้นจนเกิดเชื้อราอย่างเรื้อรังรักษาไม่หาย ก็อาจต้องใช้วิธีอื่น ๆ เข้าช่วย ไม่ว่าจะเป็นการสลายไขมันด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น การใช้คลื่นพลังงานความร้อน หรือการใช้ความเย็นในการกำจัดไขมัน เป็นต้น แต่ถ้าต้องการพึ่งวิธีทางการแพทย์ การดูดไขมัน ก็เป็นคำตอบสำหรับคนที่ไม่กลัวเจ็บได้เช่นกัน ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ความพร้อมของร่างกาย และความคาดหวังของตัวคุณเองว่าวิธีใดจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ซึ่งเมื่อทำแล้วก็ใช่ว่าผลจะอยู่ได้ถาวรนะคะ ถ้ากลับมามีพฤติกรรมการรับประทานอาหารแบบเดิม ๆ หรือไม่ยอมออกกำลังกาย ขาเบียดก็กลับมาถามหาได้ทุกเมื่ออย่างแน่นอนค่ะ

10 วิธีลดพุง

พุง พูดถึงทีไรก็รู้สึกเจ็บ ก้มมองที่ไรก็ใจไม่ดี แถมยังเป็นปัญหาหนักใจของใครหลาย ๆ คนด้วย เพราะพอมีพุงแล้วจะสวมใส่ชุดไหนก็ดูไม่สวย ต้องคอยแต่หาเสื้อผ้าที่พรางรูปร่างของตัวเอง เพราะอายที่จะให้ใครเห็นพุงของตัวเอง ถ้าวันนี้คุณเป็นคนหนึ่งที่อยากกำจัดพุงออกไปจากชีวิต วิธีเหล่านี้จะสามารถช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายได้ไวยิ่งขึ้นค่ะ

10 วิธีลดพุง  ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรม

  1. ลดคาร์โบไฮเดรต

แม้คาร์โบไฮเดรต จะเป็นสารอาหารหนึ่งที่สำคัญ และเป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย แต่ก็มีการศึกษาพบว่าการลดการรับประทานคาร์โบไฮเดรตในแต่ละมื้อลง จะช่วยลดไขมันที่หน้าท้อง และไขมันที่สะสมอยู่ที่อวัยวะต่าง ๆ หรือแม้แต่ไขมันในตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังส่งผลดีต่อการลดน้ำหนัก เพราะเมื่อร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตลดลง ร่างกายก็จะนำเอาไขมันสะสมมาเผาผลาญเป็นพลังงานได้มากขึ้น อีกทั้งลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังอย่างโรคเบาหวานชนิดที่สองลงได้อีกด้วย

 

  1. เพิ่มโปรตีน

โปรตีน เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการลดน้ำหนัก จะเห็นได้ว่าคนที่ต้องการลดสัดส่วนมักจะรับประทานโปรตีนมากขึ้น สาเหตุหนึ่งก็เป็นเพราะโปรตีนทำให้อิ่มเร็ว แต่อีกสาเหตุหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ มีการศึกษาว่าการรับประทานโปรตีนให้มากขึ้นจะช่วยลดความหิวลงได้ถึง 60% และกระตุ้นการเผาผลาญแคลอรีในร่างกายให้เพิ่มขึ้นวันละ 80-100 แคลอรี อีกทั้งยังมีการศึกษาพบว่าถ้าได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอจะช่วยลดการเกิดไขมันที่บริเวณหน้าท้องได้ แต่จะต้องเป็นโปรตีนไขมันน้อยนะไม่อย่างนั้นก็คงไม่ได้ผลเท่าไร

 

  1. เพิ่มไฟเบอร์

ไฟเบอร์ เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ช่วยในการลดน้ำหนัก ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังอื่น ๆ และช่วยลดไขมันสะสมที่หน้าท้องได้อีกด้วย โดยมีการศึกษาพบว่าไฟเบอร์ในอาหารบางชนิด มีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ ทำให้ร่างกายนำเอาไขมันส่วนเกินมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้น ทำให้ไขมันที่สะสมอยู่ที่หน้าท้องค่อย ๆ ลดลงในที่สุด

 

  1. เสริมโปรไบโอติกส์

โปรไบโอติกส์ เป็นแบคทีเรียชนิดที่ดีต่อสุขภาพซึ่งอาศัยอยู่ภายในกระเพาะอาหาร มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญยังช่วยในการควบคุมน้ำหนัก และมีส่วนในการลดไขมันสะสมบริเวณรอบเอวได้อีกด้วย ดังนั้นถ้าต้องการลดหุ่นให้ได้ผลควรหาอาหารที่มีโปรไบโอติกส์มารับประทานเสริม ซึ่งโปรไบโอติกส์ก็มักมีอยู่ในอาหารหลายชนิด เช่น กิมจิ โยเกิร์ต กล้วย ฝรั่ง กะหล่ำปลี เป็นต้น

 

  1. หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์

ไขมันทรานส์ เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่มีความอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งพบได้ในอาหารทอด อาหารฟาสต์ฟู้ด โดยมีการศึกษาบางส่วนพบว่า การรับประทานอาหารที่มีไขมันทรานส์ จะยิ่งทำให้เกิดไขมันสะสมที่หน้าท้อง และทำให้เสี่ยงต่อโรคเรื้อรังและอันตรายต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น ดังนั้นถ้าอยากลดพุงและลดความเสี่ยงความเสี่ยงสุขภาพล่ะก็ งดอาหารที่มีไขมันทรานส์ดีกว่าค่ะ

 

  1. เลิกดื่มน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การได้ดื่มน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงจะช่วยให้รู้สึกสดชื่น มีเรี่ยวแรงมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าน้ำตาลนี่ล่ะคือศัตรูของการลดหุ่น  เพราะการบริโภคน้ำตาลมาก เกินความจำเป็นจะทำให้ร่างกายเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมันสะสมที่บริเวณหน้าท้องและตับ ทำให้อ้วนและเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงต่าง ๆ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ และหันมาดื่มน้ำเปล่าจะดีที่สุดค่ะ

 

  1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี จะช่วยให้ร่างกายนำไขมันส่วนเกินออกมาเผาผลาญเป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ไขมันสะสมในร่างกายลดลง อีกทั้งยังช่วยลดกระบวนการอักเสบ ลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยลดความเสี่ยงโรคร้ายต่าง ๆ โดยในการออกกำลังกายสามารถทำได้หลายรูปแบบ แต่ก็ควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที จะดีที่สุด

 

  1. หลีกเลี่ยงความเครียด

ความเครียด เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำคุณอ้วนขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพราะเมื่อเราเครียด ร่างกายจะผลิต ฮอร์โมนความเครียดมากขึ้น ซึ่งจะไปกระตุ้นความอยากอาหาร และทำให้เรารับประทานมากขึ้นเพื่อบรรเทาความเครียด ผลที่ตามมาก็คือไขมันสะสมในร่างกายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมถึงมีพุง ก็เพราะเครียดนี่ล่ะค่ะ ฉะนั้นพยายามอย่าเครียด หากรู้สึกเครียดหรือกังวลควรหากิจกรรมผ่อนคลายโดยด่วนค่ะ

 

  1. นอนหลับให้เพียงพอ

การนอนหลับที่ไม่เพียงพอ หรือนอนหลับไม่สนิท จะทำให้ร่างกายทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ไม่เว้นแม้แต่ระบบเผาผลาญที่ไม่สามารถเผาผลาญพลังงานได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้เกิดไขมันสะสมตามร่างกายไม่เว้นแม้แต่ที่พุง ถ้าไม่อยากพุงโตไปมากกว่านี้ ควรนอนหลับให้เพียงพอ หรือถ้ามีปัญหาเรื่องนอนหลับก็ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรีบรักษาก่อนที่จะทำให้สุขภาพและร่างพังไปยิ่งกว่าเดิม

 

  1. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาอ้วนลงพุง หรือมีพุงย้วยก็เกิดมาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี่ล่ะ เนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีแคลอรีสูง อีกทั้งในกระบวนการย่อยสลายแอลกอฮอล์ยังทำให้เกิดสารเคมีบางชนิดที่ทำให้ร่างกายหยุดการเผาผลาญไปชั่วขณะ ทำให้ไขมันสะสมในร่างกายไม่สามารถเผาผลาญออกมาเป็นพลังงานได้ดีเท่าที่ควร เมื่อร่างกายเผาผลาญไขมันออกมาไม่ได้ ไขมันก็จะไปสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายและทำให้อ้วนได้ในที่สุด ฉะนั้นถ้าอยากลดพุง ลด ละ เลิก แอลกอฮอล์ไปเลย ช่วยให้ผอมแถมยังได้สุขภาพดีอีกด้วย

 

เชื่อว่าเคล็ดลับเหล่านี้ที่หยิบมาแนะนำคนอยากลดพุง น่าจะเป็นประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อยสำหรับคนที่ต้องการกำจัดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย แต่ถ้าวิธีเหล่านี้ยังให้ผลไม่รวดเร็วทันใจก็อาจต้องใช้วิธีอื่น ๆ ช่วย เช่น การดูดไขมัน การกำจัดไขมันด้วยความเย็น หรือวิธีอื่น ๆ ก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ แต่ก็อย่าลืมนะคะว่าต่อให้พึ่งวิธีทางการแพทย์แล้ว แต่ถ้ายังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิตใหม่ ยังไงก็ไม่มีทางผอมอย่างแน่นอน

สำหรับสายกินแล้ว บุฟเฟ่ต์เหมือนจะเป็นคำตอบที่ดีเมื่อเลือกจะไปรับประทานอาหารนอกบ้าน เพราะนอกจากเลือกทานได้หลากหลายแล้วก็ยังสามารถรับประทานได้ไม่อั้น แต่สำหรับคนลดน้ำหนักแล้ว บุฟเฟ่ต์กลับกลายเป็นสิ่งที่ควรอยู่ให้ห่างถ้าไม่อยากให้ความตั้งใจในการลดน้ำหนักสูญเปล่า แต่ถ้าอยากจะลดน้ำหนักแล้วก็อยากจะรับประทานบุฟเฟ่ต์ไปด้วยจะต้องทำอย่างไรดี วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากกันค่ะ

 

1. มีสติในการรับประทานอาหาร

สติเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีเมื่อเข้าไปในร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ อย่าปล่อยให้อาหารที่ละลานตา และเวลาที่จำกัดให้คุณรับประทานอย่างไร้สติ ควรตั้งสติให้ดีก่อนที่จะเริ่มตักอาหารมารับประทาน โดยควรตักอาหารแต่พอดี และค่อย ๆ รับประทาน ไม่ต้องรีบเร่ง ไม่ต้องแข่งกับใคร ถ้าทำได้ตามนี้รับรองได้ว่าหลังจากเดินออกมาจากร้านแล้วคุณจะไม่รู้สึกผิด และน้ำหนักก็จะไม่พุ่งอีกด้วย

2. เลือกอาหารที่มีประโยชน์

แน่นอนว่าบุฟเฟ่ต์ก็ต้องอุดมไปด้วยอาหารหน้าตาน่ารับประทานให้เลือกสรรกันได้แบบไม่อั้น แต่ถ้าไม่อยากจะกลับมาอ้วนอีก นอกจากมีสติแล้วก็ควรจะเลือกตักอาหารที่จะนำมารับประทานให้เป็นด้วย โดยควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง อาหารแปรรูป หรืออาหารที่มีไขมันสูง บรรดาอาหารทอดที่น้ำมันเยิ้ม ๆ เนี่ยไม่ควรหยิบได้เลยยิ่งดี เพราะอาหารเหล่านี้ไม่ค่อยมีประโยชน์ แถมยัง แถมยังส่งผลกระทบในแง่ลบกับการลดน้ำหนักโดยตรง แม้ว่าจะทำให้อิ่มอร่อย แต่หลังจากนั้นคุณก็ต้องมาเริ่มลดน้ำหนัก ลดสัดส่วนกันใหม่ ไม่ใช่เรื่องดีแน่จริงไหมคะ ?

3. เคี้ยวอาหารให้ละเอียด

การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดสามารถช่วยให้ระบบย่อยอาหารไม่ต้องทำงานหนัก แถมยังช่วยหยุดยั้งไม่ให้คุณรับประทานอาหารเร็วและมากจนเกินไป แทนที่จะรีบเคี้ยวอาหารเพื่อที่จะรับประทานอาหารให้ทันเวลา เปลี่ยนมาค่อย ๆ สนุกกกับการรับประทานอาหารแต่ละอย่าง เคี้ยวอาหารให้ละเอียด แบบนี้ส่งผลดีกับการลดหุ่นมากกว่านะคะ

4. เลี่ยงเครื่องดื่มน้ำตาลสูง

แน่นอนว่าอาหารบุฟเฟ่ต์ก็มักจะคู่กับเครื่องดื่มหวาน ๆ น้ำตาลสูง ๆ เพราะจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับประทานอาหารมากขึ้น แต่ถ้าไม่อยากให้ความพยามในการลดหุ่นเสียเปล่า น้ำอัดลม และน้ำหวานชนิดต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ควรหลีกให้ห่างเลยเมื่อไปรับประทานบุฟเฟ่ต์ และหันมาดื่มน้ำเปล่า หรือน้ำชาที่ไม่ผสมน้ำตาลจะดีที่สุด เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันไม่ให้ได้รับปริมาณแคลอรีจากเครื่องดื่มมากเกินไปแล้ว ถ้าดื่มน้ำเปล่าก่อนรับประทานอาหารสักแก้วจะช่วยให้อิ่มเร็วอีกด้วย เท่านี้ก็ไม่ต้องกลัวหุ่นพังเพราะบุฟเฟ่ตแล้วค่ะ

5.ห้ามอดอาหาร

เพื่อรับประทานบุฟเฟ่ต์ให้คุ้ม หลายคนถึงกับลงทุนอดอาหารก่อนไปรับประทานบุฟเฟ่ต์เลยก็มี ซึ่งขอบอกเลยว่าเป็นวิธีที่ผิด และไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะจะยิ่งทำให้คุณรับประทานอาหารเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมเพื่อชดเชยมื้อที่อด และมีสติในการเลือกรับประทานอาหารลดลง ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อแม้รู้ว่าจะต้องไปรับประทานบุฟเฟ่ต์ต่อก็ตาม แม้จะทำให้รับประทานได้ไม่คุ้ม หรืออิ่มเร็วกว่าปกติ แต่อย่างน้อยก็ไม่ทำให้หุ่นพังนะคะ

สายกินได้เคล็ดลับการรับประทานอาหารดี ๆ ไปแล้ว อย่างลืมเอาไปปรับใช้นะคะ และถ้าจะให้ดีทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารในมื้ออื่น ๆ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยก็จะทำให้มีรูปร่างดีได้แม้จะชอบรับประทานบุฟเฟ่ต์ แต่ถ้าหากทำตามนี้แล้วแต่หุ่นก็ยังไม่ดีสมใจสักที ก็อาจต้องใช้ตัวช่วยอื่น ๆ อย่างเช่นการดูดไขมัน หรือการกำจัดไขมันด้วยความเย็น ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ในการลดสัดส่วนที่มาแรงในยุคนี้ เพื่อที่จะได้มีรูปร่างที่ดีได้ตามความตั้งใจค่ะ